วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มองจากทิศตะวันออก

ข้อมูลฯ

ข้อมูลจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา

อดีตราชธานีของไทย เมืองแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมรดกโลก

ภาพวัดไชยวัฒนาราม: Mastertongapollo / Wikimedia Commons CC BY-SA 4.0

ประวัติ

จากอโยธยา สู่ พระนครศรีอยุธยา

  1. รากฐานเมืองอโยธยา

    จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอดีตราชธานีของไทย มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานเป็นเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16–18 เมืองอโยธยาหรืออโยธยาศรีรามเทพนครตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะเมืองอยุธยา และมีความเจริญทั้งด้านการเมือง การปกครอง และวัฒนธรรมก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา

  2. ราชธานีแห่งสยาม

    สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีใน พ.ศ. 1893 กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางของสยามต่อเนื่อง 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ 33 พระองค์จาก 5 ราชวงศ์ ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่

  3. จากเมืองกรุงเก่าสู่จังหวัด

    แม้สิ้นสุดสมัยราชธานี กรุงศรีอยุธยาก็ไม่กลายเป็นเมืองร้าง ชุมชนเดิมยังคงดำรงอยู่และได้รับการเรียกขานว่า “เมืองกรุงเก่า” ต่อมาในสมัยปฏิรูปการปกครองมีการจัดตั้งมณฑลกรุงเก่าใน พ.ศ. 2438 เปลี่ยนชื่อเป็นมณฑลอยุธยาใน พ.ศ. 2469 และภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จึงเปลี่ยนฐานะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  4. นครประวัติศาสตร์มรดกโลก

    การบูรณะโบราณสถานอย่างจริงจังนำไปสู่การอนุรักษ์พื้นที่สำคัญของเมือง จนองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534

ข้อมูลทั่วไป

ข้อเท็จจริงสำคัญของอยุธยา

ภาพรวมทางประวัติศาสตร์และสถานะสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ระยะเวลาที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
417 ปี
พระมหากษัตริย์ผู้ครองราชย์
33 พระองค์
ราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักร
5 ราชวงศ์
วันที่นครประวัติศาสตร์ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก
13 ธ.ค. 2534

ราชวงศ์แห่งกรุงศรีอยุธยา

5 ราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักร

ผลัดเปลี่ยนกันครองราชย์ตลอดช่วงเวลาที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

  1. ราชวงศ์อู่ทอง
  2. ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
  3. ราชวงศ์สุโขทัย
  4. ราชวงศ์ปราสาททอง
  5. ราชวงศ์บ้านพลูหลวง

สัญลักษณ์

ตราและธงประจำจังหวัด

ตราประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ตราประจำจังหวัด

สังข์ทักษิณาวัตรใต้ต้นหมัน

ตราประจำจังหวัดเป็นรูปหอยสังข์ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ภายในปราสาทใต้ต้นหมัน มีที่มาจากตำนานการสร้างเมือง เมื่อพระเจ้าอู่ทองทรงย้ายผู้คนมาตั้งเมืองใหม่ที่ตำบลหนองโสน ระหว่างเตรียมพื้นที่สร้างพระราชวังได้พบหอยสังข์ทักษิณาวัตรบริสุทธิ์ใต้ต้นหมัน จึงทรงสร้างปราสาทน้อยขึ้นเป็นที่ประดิษฐาน

ธงประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ธงประจำจังหวัด

สีน้ำเงินขนาบสีฟ้า

ธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งเป็น 3 แถบเท่ากัน ใช้สีน้ำเงินขนาบแถบสีฟ้าตรงกลาง ภายในแถบสีฟ้ามีตราประจำจังหวัดเป็นรูปปราสาทสังข์ทักษิณาวัตรใต้ต้นหมัน พร้อมคำว่า “อยุธยา” และคันธงมีแถบสีเหลืองกับสีฟ้า

คำขวัญ

คำขวัญประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี
คนดีศรีอยุธยา เลอคุณค่ามรดกโลก

จังหวัดกำหนดคำขวัญเดิมเมื่อเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ใน พ.ศ. 2533 และเพิ่มถ้อยคำ “เลอคุณค่ามรดกโลก” ใน พ.ศ. 2560 เพื่อสะท้อนสถานะเมืองมรดกโลกทางศิลปวัฒนธรรม

ภาพประกอบองค์ประกอบของคำขวัญจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา และมรดกโลก
  1. ราชธานีเก่า

    สะท้อนการเป็นเมืองหลวงเก่าของไทยที่รุ่งเรืองด้านการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และการต่างประเทศยาวนาน 417 ปี

  2. อู่ข้าวอู่น้ำ

    สื่อถึงพื้นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์และสายน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย ซึ่งเอื้อต่อเกษตรกรรม การประมง และการค้าขาย

  3. เลิศล้ำกานท์กวี

    กล่าวถึงยุคทองของวรรณคดีและกวีสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

  4. คนดีศรีอยุธยา

    ยกย่องผู้คนที่มีความสามารถและร่วมกอบกู้เอกราชในแต่ละยุคสมัย สอดคล้องกับถ้อยคำว่า “กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี”

  5. เลอคุณค่ามรดกโลก

    สื่อถึงคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมของนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534

ภาพหน้าเว็บไซต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
news.ayutthaya.go.th

แหล่งข้อมูลทางการ

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ขอขอบคุณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำหรับข้อมูลทางการด้านประวัติความเป็นมา ข้อมูลทั่วไป ตราสัญลักษณ์ และคำขวัญประจำจังหวัด ซึ่งนำมาเรียบเรียงเพื่อเผยแพร่เป็นข้อมูลสาธารณะบนเว็บไซต์แห่งนี้

เว็บไซต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา